เว็บไซต์ SiamPhone ค่า PageRank 4
วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
ตัวอย่างของ การทำ E-BUSINESS ในภาคเอกชน พร้อมอธิบายถึงการทำงาน และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ กับ ธุรกิจ ในรูปแบบของ E-BUSINESS
ความหมาย
พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทุกรูปแบบโดยครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้า/บริการ การชำระเงิน การโฆษณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต
สำหรับสินค้าที่ซื้อขายในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จำแนกได้ดังนี้
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to G
ในที่นี้คงไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการค้า แต่จะเป็นเรื่องการบริการของภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยเองก็มีให้บริการแล้วหลายหน่วยงาน เช่นการคำนวณและเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต,การให้บริการข้อมูลประชาชนผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เช่นข้อมูลการติดต่อการทำทะเบียนต่างๆของกระทรวงมหาดไทย ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างในการทำเรื่องนั้นๆ และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มบางอย่างจากบนเว็บไซต์ได้ด้วย
โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิค (Technical Infrastructure)
การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องอาศัยฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์จำนวนมาก องค์ประกอบที่สำคัญ คือ เครือข่าย เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web server) การสนับสนุนเว็บเซิร์ฟเวอร์ และซอฟท์แวร์ที่ใช้ทำธุรกรรม และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
ระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์
• เช็คอิเล็กทรอนิกส์ (E-checks)
• เครดิตการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic credit cards)
• การจ่ายเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic cash หรือ Digital cash หรือ
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ความเป็นมา
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เริ่มขึ้นเมื่อประมาณต้นทศวรรษที่ 1970 โดยเริ่มจากการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงาย และในช่วงเริ่มต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น บริษัทเล็กๆ มีจำนวนไม่มากนัก ต่อมาเมื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange-EDI) ได้แพร่หลายขึ้น ประกอบกับคอมพิวเตอร์พีซีได้ม ีการขยายเพิ่มอย่างรวดเร็วพร้อมกับการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตและเว็บ ทำให้หน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ได้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ครอบคลุมธุรกรรมหลายประเภท เช่น การโฆษณา การซื้อขายสินค้า การซื้อหุ้น การทำงาน การประมูล และการให้บริการลูกค้า
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เริ่มขึ้นเมื่อประมาณต้นทศวรรษที่ 1970 โดยเริ่มจากการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงาย และในช่วงเริ่มต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น บริษัทเล็กๆ มีจำนวนไม่มากนัก ต่อมาเมื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange-EDI) ได้แพร่หลายขึ้น ประกอบกับคอมพิวเตอร์พีซีได้ม ีการขยายเพิ่มอย่างรวดเร็วพร้อมกับการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตและเว็บ ทำให้หน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ได้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ครอบคลุมธุรกรรมหลายประเภท เช่น การโฆษณา การซื้อขายสินค้า การซื้อหุ้น การทำงาน การประมูล และการให้บริการลูกค้า
ความหมาย
พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทุกรูปแบบโดยครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้า/บริการ การชำระเงิน การโฆษณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต
กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
- แอพพลิเคชั่นของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
- ปัจจัยทางการบริหาร
- โครงสร้างพื้นฐาน
- ประเภทสินค้าของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
สำหรับสินค้าที่ซื้อขายในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จำแนกได้ดังนี้
- สินค้าที่มีลักษณะเป็นข้อมูลดิจิทัล (Digital Products)
- สินค้าที่ไม่ใช่ข้อมูลดิจิทัล (Non-Digital Products)
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มี 4 ประเภทหลัก ๆ คือ
- ธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business หรือ B to B)
- ธุรกิจและลูกค้า (Business to Consumers หรือ B to C)
- ธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government หรือ B to G)
- ลูกค้ากับลูกค้า (Consumers to Consumers หรือ C to C)
การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to B
โมเดลของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to B มีหลายแบบ ที่สำคัญได้แก่ Seller oriented marketplace, และ Intermedialy-Oriented marketplace
โมเดลของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to B มีหลายแบบ ที่สำคัญได้แก่ Seller oriented marketplace, และ Intermedialy-Oriented marketplace
- Seller oriented marketplace ตามโมเดลนี้องค์การจะพยายามขายสินค้า/บริการของตนให้แก่องค์การอื่นผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
- Buyer-Oriented Marketplace โมเดลนี้มีจุดมุ่งหมายในการลดต้นทุนของสินค้าที่จะซื้อ หรือในตลาดที่มีการประมูลจากนั้นธุรกิจก็จะเสนอประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านไปยังเครือข่ายอินทราเน็ตของผู้ซื้อประกาศผู้ที่สามารถประมูลไปได้
- Intermedialy-Oriented marketplace โมเดลนี้เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยทำหน้าที่ในการสร้างตลาดขึ้นมา
ขั้นตอนการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต
ขั้นตอนของการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตแบบ B to B มี 5 ขั้นตอน คือ
การค้นหาข้อมูล
ขั้นตอนของการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตแบบ B to B มี 5 ขั้นตอน คือ
การค้นหาข้อมูล
- การเลือกและการต่อรอง
- การซื้อสินค้า/บริการทางอินเทอร์เน็ต
- การจัดส่งสินค้า/บริการ
- การบริการหลังการขาย
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to C
แอพพลิเคชั่นของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ B to C
แอพพลิเคชั่นของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ B to C
- ร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Retailing)
- การโฆษณา
- แคตตาล็อกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic catalog)
- ธนาคารไซเบอร์ (Cyberbanking) หรือ Electronic banking หรือ Virtual bangking)
- ตลาดแรงงานออนไลน์ (Online job market)
- การท่องเที่ยว
- อสังหาริมทรัพย์
- การประมูล (Auctions)
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to G
ในที่นี้คงไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการค้า แต่จะเป็นเรื่องการบริการของภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยเองก็มีให้บริการแล้วหลายหน่วยงาน เช่นการคำนวณและเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต,การให้บริการข้อมูลประชาชนผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เช่นข้อมูลการติดต่อการทำทะเบียนต่างๆของกระทรวงมหาดไทย ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างในการทำเรื่องนั้นๆ และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มบางอย่างจากบนเว็บไซต์ได้ด้วย
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ C to C
ลูกค้ากับลูกค้า (Consumer to Consumer : C2C) ในเรื่องการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคนั้น มีหลายรูปแบบและวัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ในกลุ่มคนที่มีการบริโภคเหมือนกัน หรืออาจจะทำการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง ขายของมือสองเป็นต้น
ลูกค้ากับลูกค้า (Consumer to Consumer : C2C) ในเรื่องการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคนั้น มีหลายรูปแบบและวัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ในกลุ่มคนที่มีการบริโภคเหมือนกัน หรืออาจจะทำการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง ขายของมือสองเป็นต้น
พฤติกรรมของลูกค้า
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีลูกค้าอยู่ 2 ประเภท คือ
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีลูกค้าอยู่ 2 ประเภท คือ
- ตัวบุคคล
- องค์การ
การวิจัยทางการตลาด
การ วิจัยทางการตลาดที่ต้องการหาแรงจูงในที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้า/ บริการบนอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้นโมเดลในการทำวิจัย เพื่ออธิบายพฤติกรรมของลูกค้า
การ วิจัยทางการตลาดที่ต้องการหาแรงจูงในที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้า/ บริการบนอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้นโมเดลในการทำวิจัย เพื่ออธิบายพฤติกรรมของลูกค้า
โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิค (Technical Infrastructure)
การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องอาศัยฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์จำนวนมาก องค์ประกอบที่สำคัญ คือ เครือข่าย เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web server) การสนับสนุนเว็บเซิร์ฟเวอร์ และซอฟท์แวร์ที่ใช้ทำธุรกรรม และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
ระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์
• เช็คอิเล็กทรอนิกส์ (E-checks)
• เครดิตการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic credit cards)
• การจ่ายเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic cash หรือ Digital cash หรือ
e-money)
• การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fund Transfer-EFT)
• การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fund Transfer-EFT)
การสนับสนุนการบริการอื่น ๆ ให้ลูกค้า
มีเครื่องมือหลายประเภทที่ให้บริการลูกค้าออนไลน์ได้ เช่น
• เว็บเพจส่วนตัว (Personalized web Page)
• ห้องสนทนา (Chat rooms)
• อีเมล์ (E-mail)
• FAQs (Frequent Answers and Questions)
• ความสามารถในการติดตามงาน (Tracking Capabilities)
• ศูนย์โทรศัพท์โดยใช้เว็บ (Web-based call centers)
มีเครื่องมือหลายประเภทที่ให้บริการลูกค้าออนไลน์ได้ เช่น
• เว็บเพจส่วนตัว (Personalized web Page)
• ห้องสนทนา (Chat rooms)
• อีเมล์ (E-mail)
• FAQs (Frequent Answers and Questions)
• ความสามารถในการติดตามงาน (Tracking Capabilities)
• ศูนย์โทรศัพท์โดยใช้เว็บ (Web-based call centers)
การรักษาความปลอดภัย
ความต้องการการรักษาความปลอดภัย (security requirements)
• ความสามารถในการระบุตัวตนได้ (Anthentication)
• ความเป็นหนึ่งเดียวของข้อมูล (Integriry)
• ความไม่สามารถปฏิเสธได้ (Non-repudiation)
• สิทธิส่วนบุคคล (Privacy)
• ความปลอดภัย (Safety)
ความต้องการการรักษาความปลอดภัย (security requirements)
• ความสามารถในการระบุตัวตนได้ (Anthentication)
• ความเป็นหนึ่งเดียวของข้อมูล (Integriry)
• ความไม่สามารถปฏิเสธได้ (Non-repudiation)
• สิทธิส่วนบุคคล (Privacy)
• ความปลอดภัย (Safety)
วิธีการรักษาความปลอดภัย
• การใช้รหัส (Encryption)
• ใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic certificate)
• โปรโตคอล (Protocols)
• การใช้รหัส (Encryption)
• ใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic certificate)
• โปรโตคอล (Protocols)
ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีทั้งในระดับบุคคล องค์การ สังคม และระบบเศรษฐกิจ
• ประโยชน์ต่อบุคคล
ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีทั้งในระดับบุคคล องค์การ สังคม และระบบเศรษฐกิจ
• ประโยชน์ต่อบุคคล
ประโยชน์ต่อองค์การ/ธุรกิจ
• ประโยชน์ต่อสังคม
• ประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ
• ประโยชน์ต่อสังคม
• ประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ
ข้อจำกัดเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
• ข้อจำกัดด้านเทคนิค
• ข้อจำกัดด้านกฎหมาย
• ข้อจำกัดด้ายเศรษฐกิจ
• ข้อจำกัดด้านอื่น ๆ
• ข้อจำกัดด้านเทคนิค
• ข้อจำกัดด้านกฎหมาย
• ข้อจำกัดด้ายเศรษฐกิจ
• ข้อจำกัดด้านอื่น ๆ
วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Online Business with Google
1. สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการรับฟัง ลงใน Web Blog ของ น.ศ.
ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้หมด และสิ่งที่ทุกคนทำเวลาเข้าอินเตอร์เน็ตก็คือชอบค้นหา สินค้าและบริการ และมีผู้บริโภคถึง 8 ใน 10 ที่ค้นหาสินค้าและบริการออนไลน์มาใช้กับภาคธุรกิจ เพื่อเปิดช่องทางการติดต่อซื้อขายสินค้า ด้วยการนำ ZMOT มาใช้เป็นส่วนเสริมในกระบวนการซื้อขายสินค้า ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพื่อดูดความสนใจ ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลสินค้าเอง โดยส่วนใหญ่จะใช้ Google เป็นผู้ช่วยในการค้นหา ซึ่งการค้นหาพบได้นั้นจะต้องมีปัจจัยที่นำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจยุคดิจิตอล 3.0 ได้ดังนี้
- Get your business online คือ การเข้ามามีตัวตนบนโลกออนไลน์ การสามารถค้นพบได้ด้วย Search Engine ซึ่งให้เราอยู่ในผลการค้นหาได้ โดยส่วนใหญ่จะใช้ Google ในการค้นหา ซึ่งการค้นพบเป็นลำดับแรกๆจะต้องอาศัยค่า Page rang คือข้อมูลและจากจำนวนการเข้าชม ซึ่งจะเป็นค่าสะสมไว้ในการค้นหา
- Be found – when customer is searching คือ การสามารถค้นพบได้จากการค้นหาเป็นลำดับแรกๆ ซึ่งอาจเป็นการค้นหาเจอได้โดยทั่วไปซึ่งจะต้องทำให้ค่า Page rang สูง หรือการค้นหาเจอโดยการซื้อตำแหน่งคำค้นหา หรือการโฆษณาโดยตัวค้นหาหรือ Google Adwords ซึ่งผู้ซื้อจะมีค่าใช้จ่ายทุกครั้งลูกค้าคลิกเข้าไป
- Be reached – show where you are คือ การสามารถค้นหาเจอได้จากแผนที่อาจผ่านทาง Google maps เพื่อระบุตำแหน่งของห้างร้านคุณ
- Get closer to your customers คือ การใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น โดยการผ่านทาง Google plus ทำให้เสนอข้อมูลและคุยกับลูกค้าได้ ซึ่งปัจจุบัน Google สร้างพื้นการสนทนาแบบ Rail Conversations คือการคุยผ่าน วีดีโอConference นั่นก็คือ Google plus Hangouts เป็นการเปิดพื้นที่ในการสนทนาหลายคนพร้อมกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือการนำเสนอสินค้าได้ ตลอดจนการเรียกเอกสารขึ้นมาดูหรือใบเสนอราคามาใช้ได้ อีกทั้งยังสามารถเผยแพร่ออกไปให้ผู้อื่นรับชมได้คล้ายถ่ายทอดให้รับชม
- Increase your performance คือ การสร้างรายงาน โดย Google narcotic เพื่อวัดการเข้าดูแบบทันทีทันใดในขณะนั้น การตรวจสอบรายละเอียดของผู้เข้าชมเพื่อวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์
- Engage your customer anywhere anytime คือ การค้นหาบนมือถือไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงโฆษณาเราได้ ซึ่งต้องออกแบบให้เป็น Mobile site เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้
- Go Global (AEC) คือ การเข้าถึงได้ทั่วโลก คือ Google มีความสามารถในการช่วยในด้านภาษาก็สามารถช่วยในการแปลภาษาให้เข้าใจระหว่างกันได้ ทำให้ภาษไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารด้วย Google translate
2. หาคำศัพท์ที่ได้จากการรับฟังพร้อมหาความหมาย เพื่ออธิบายคำศัพท์ดังกล่าว แล้วสรุปใน Web Blog
- Google friendly คือ นำเสนอหน้าเว็บแรกให้มีคุณภาพสูง
- PageRank คือ อัลกอริทึมที่ใช้การวิเคราะห์เว็บลิงก์ตามทฤษฎีเครือข่ายที่ใช้เป็นพื้นฐานในตัวเสิร์ชเอนจินของกูเกิล
- Google AdWords คือ โฆษณาในรูปแบบ pay per click
- Cocial media คือ เป็นแทกที่ทำให้ผู้บริโภคนึกถึงเรา เพื่อให้พูดถึงเราในแง่ที่ดี
- Google+ (Google Plus) คือ โครงการของ Google ที่มีความพยายามมานานหลังจากมีการออกมา ยอมรับ
- Hangouts คือ ที่อยู่อีเมลของคุณจะปรากฏแก่คนที่คุณแชทด้วย
- Solomo คือ โน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่โดดเด่นที่สุด
- CMOS (ซีมอส) ย่อมาจาก “Complementary Metal Oxide Semiconductor” คือ ชิปไอซีที่ใช้เก็บข้อมูลที่เป็นค่าเฉพาะของแต่ละระบบ เพื่อให้ Bios (ไบออส) นำไปใช้ในการบู๊ตระบบข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่ใน CMOS
- Commuting คือ การต้องเดินทางไปเพื่อทำภารกิจบางอย่าง เป็นการเดินทางที่อาจกระทำกันบ่อยๆ หรือทุกวัน
- Digital Marketing คือ การตลาดแบบดิจิตอล อาจเป็นสื่อ หรือเว็บไซต์ นำมาประยุกต์ใช้ทางการตลาด
- URL (Uniform Resource Locator) คือ ตัวบ่งบอกข้อมูล หรือ ที่อยู่ (Address) ของไฟล์หรือเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต
- First Moment of Truth คือ เมื่อเข้าไปในสโตร์ แล้วสามารถเห็นสินค้าทันที
- Second Moment of Truth คือ การที่เราใช้สินค้า แล้วรู้สึกว่าสินค้านี้ตอบโจทย์ ตอบความคาดหวังต่างๆ
- Social Network คือ ที่ให้บริการบนโลกออนไลน์ ปัจจุบัน การสื่อสารแบบนี้ จะทำผ่านทางInternet และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
- Stimulus คือ สัญญาณหรือการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีผลต่อกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต
- Information Age คือ เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น โดยเฉพาะด้านธุรกิจ
- Online Marketing คือ การทำการตลาดแบบออนไลน์
- Success คือ ประสิทธิผล การประสบความสำเร็จ
- Street view คือ มุมมองที่เสมือนจริง
- Rail time คือ การทำงานแบบตอบสนองทันทีทันใด
วิเคราะห์ประเด็น ให้ความคิดเห็นและตอบคำถามจากประเด็นปัญหา
การเติบโตของธุรกิจ E-commerce ในประเทศไทยนั้นยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
เนื่องจากการที่ประชาชนบางส่วนขาดความรู้ความเข้าใจ ในการใช้เทคโนโลยี
ซึ่งเทคโนโลยีในสมัยใหม่นี้ได้มีการพัฒนาและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
และอาจรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ
หรือซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านทาง เว็บไซต์ เนื่องด้วยปัจจุบันมิจฉาชีพมีการใช้กลลวง
เพื่อล่อลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ
รวมไปถึงการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการล่อลวงประชาชน
จึงส่งผลทำให้ผู้ซื้อสินค้าเกิดความไม่เชื่อถือ และเลือกที่จะไม่ใช้บริการ
หรือซื้อสินค้า ผ่าน INTERNET ดังนั้นการทำธุรกิจ E-commerce
นั้นจะต้องมีกลวิธีที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การที่ผู้ประกอบการจะทำ ธุรกิจ E-commerce
นั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการนำเทคโนโลยี มาใช้ในการทำธุรกิจ E-commerce
เป็นอย่างดี และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนได้
ดังนั้นนับเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ประชาชนส่วนมากเข้าใจในเรื่องนี้ได้
ดังนั้นปัจจัยนี้จึงส่งผลกระทบทำให้ การเจริญเติบโตของธุรกิจ E-commerce
นั้นไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยได้เท่าที่ควร
2. ถ้าอยากจะให้ระบบการขายสินค้าในรูปแบบ E-commerce ประเทศไทยประสบความสำเร็จ
น.ศ.คิดว่าควรจะต้องประกอบด้วยปัจจัยใดบ้าง
- เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าออกไปโดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มยอดขายและลดต้นทุนการทำร้านค้าได้
- ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเฝ้าตลอด หากคุณมีร้านค้าที่ต้องวางสินค้าจำหน่ายแล้ว นอกจากค่าใช้จ่ายในการดูแลร้านของคุณที่สูง หากร้านใหญ่ก็ต้องมีพนักงานขายที่คอยบริการลูกค้า การนำสินค้าเข้ามาอยู่ในรูปแบบ E-Commerce นั้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานเฝ้าร้านได้
- ร้านเปิดตลอดเวลา ตราบใดที่เว็บไซต์ของคุณยังออนไลน์อยู่นั้น ลูกค้าสามารถเข้าร้ามค้าออนไลน์ของคุณได้เสมอ คุณไม่จำเป็นต้องปิดร้าน ลูกค้าก็สามารถดูข้อมูลสินค้า บริษัท ร้านค้า ของคุณได้
- สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมาย (Target Groub) ได้ตรงตามต้องการ สื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ คุณสามารถเลือกสื่อที่จะช่วยทำการตลาดให้ตรงต่อความต้องการของคุณ และตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ อาทิ Social Network, E-mail, SEO, Pay Pey Click เป็นต้น
การดำเนินธุรกิจ E-commerce นั้นได้ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยเสมอ
นอกจากปัจจัยดังกล่าวที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น การทำ E-commerce
ยังต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ด้วย
- การเลือกสินค้าที่จะนำมาขาย ควรจะเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ขายได้ง่าย ส่งผลให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณมีเงินหมุนเวียนที่ดี ไม่ติดขัด และในเว็บไซต์ของคุณควรจะมีสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกเพื่อเป็นตัวช่วยตัดสินใจ
- การตลาด ควรมีการวางแผนการตลาดที่ดี เลือกช่องทางที่เหมาะสมกับคุณในการทำการตลาด จะใช้ SEO, SEM, Banner ก็อยู่ที่กลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการ ควรมีการวิเคราะห์คู่แข่งทางการตลาดก่อน สำรวจราคาสินค้าในตลาดว่ามีราคาเท่าไร คุณจะขายเท่าไร และคุณจะมีกำไรเหลือเท่าไร
- สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ ควรมีการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณ โดย แจ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้สะดวก นำรางวัลที่เคยได้รับ คำชมของลูกค้า ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องในการเขียนคำอธิบายต่างๆ มีชื่อโดเมนที่เป็นของคุณเอง เลือกใช้ Hosting ที่สามารถเข้าเว็บไซต์ได้โดยไม่มีปัญหา มีข้อมูลที่ใหม่อยู่เสมอ และออกแบบเว็บไซต์ให้ดูน่าเชื่อถือ เป็นต้น
- การขนส่งสินค้า ควรชี้แจ้งเรื่องค่าขนส่งที่จะเกิดขึ้นในการซื้อสินค้าของลูกค้าให้ชัดเจน มีทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการสินค้าด่วน หรือต้องการให้สินค้ามีการลงทะเบียน เพื่อให้พนักงานไปรษณีย์ส่งสินค้าเมื่อมีคนอยู่ ทำระบบเช็คสถานะการส่งสินค้าเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าตอนนี้สินค้าอยู่ที่ไหน
- การบริการหลังการขาย สอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการสั่งซื้อสินค้า รับสินค้า หรือการทำเว็บไซต์ กับลูกค้าเพื่อหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข ส่งคำขอบคุณและคำเชิญให้ลูกค้ามาใช้บริการอีกครั้งเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ผ่าน E-mail, SMS, จดหมาย เป็นต้น
- ช่องทางการชำระเงิน อธิบายถึงวิธีการชำระเงิน ช่องทางการชำระเงิน อย่างละเอียดภายในเว็บไซต์ รวมไปถึงค่าธรรมเนียมที่ลูกค้าอาจจะเสีย (หากมี) และความปลอดภัยในการชำระเงินภายในเว็บไซต์ของคุณ
การทำธุรกิจและการตลาดในยุคดิจิทัล 3.0
1. สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการรับฟัง ลงใน Web Blog ของ น.ศ.
Social media มีบทบาทที่สำคัญต่อการประกอบ Electronic Commerce ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ทั้งด้านกาตลาดและผู้บริโภคที่มีปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก การที่เราจะสร้างแบรนสินค้าขึ้นมาให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องรู้เรื่องรูปแบบความต้องการ องค์ประกอบต่างๆ ตลอดจนการที่จะหลอมรวมเข้ากับโลกแห่ง Social ให้ได้ ซึ่งจากประเด็นการบรรยายดังกล่าวกระผมสามารถสรุปองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ในการดำเนิน Electronic Commerce ได้ ซึ่งปัจจุบัน Media แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
1. Owned media เป็นสื่อเว็บไซต์ที่เราเป็นเจ้าของเอง
2. Paid media สื่อที่เราต้องจ่ายเงินซื้อประเภท Branner, Sponser ship
3. Earned Media ลูกค้าเป็นเจ้าของ โดยมีการพูดถึงธุรกิจกับลูกค้าด้วยกัน
4. Social Media เจ้าของธุรกิจเป็นผู้ติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เสนอข้อดีของธุรกิจให้กับผู้บริโภค
คำศัพท์เกี่ยวกับ Social Marketing ที่รวมกันเพื่อใช้เป็นกระบวนปากต่อปาก
- Influencer Marketing
- Buzz Marketing
- Community Marketing
- Cause Marketing
- Referral Marketing
- Evangelists Marketing
- Content Marketing
- Conversation Marketing
- Product Marketing
- Brand Marketing
- Viral Marketing
- Grassroots Marketing
- Change of costomer
มีบทบาทเป็น Reviewer มีการวิจารณ์มากขึ้น การประกาศได้ง่ายในกลุ่มของ Publisher การกระจายข่าวได้ง่ายและกว้าง การสร้างบทสนทนาที่ดีระหว่างธุรกิจกับลูกค้า การตอบโต้พูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็นกันข้อดี ข้อเสียของสินค้า การคำนึงถึงความโปร่งใส จริงใจ ในยุคนี้เป็นยุค open เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเข้าถึงได้ง่าย การนำข้อมูลของผู้อื่นไปใช้ ทั้งภาพรูป เสียง สมควรที่จะมีการอ้างถึง หรือทำ Credit การอาศัยความร่วมมือของผู้บริโภค เพื่อประยุกต์ใช้ด้านการตลาด การหาข้อมูลจากสื่อเทคโนโลยีต่างๆ ผู้บริโภคจะฟังข้อมูลจากบุคคลอื่นมากกว่า เจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการ ส่วนมากจะเชื่อคำวิจารณ์จากลูกค้าด้วยกันที่เคยใช้บริการมาแล้ว Alway on & Control ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ออนไลน์ตลอดเวลา และอำนาจส่วนใหญ่อยู่ในมือผู้บริโภค
ขั้นตอนแรกในการสร้าง Product offering
- Awarneness การทำให้ผู้บริโภครู้จัก
- Involvement การทำให้เกิดมีส่วนร่วมกับธุรกิจ
- Trial มีการให้ลูกค้าทดลองสินค้า แล้วเกิดความชอบสินค้าของธุรกิจ
- Commitment เมื่อชอบแล้วมีการบอกต่อให้กับผู้บริโภคคนอื่น
- Referral ต้องทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในสิค้า และกล้าแนะนำให้ผู้บริโภคคนอื่นที่ไม่รู้จักมาใช้สินค้าหรือบริการนั้นๆ ต้องติดต่อเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ให้ข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้าได้
- Entertainment Value ต้องมีการ Share Brand ธุรกิจ ระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน สามารถทำให้ลูกค้ามีความสุข ประทับใจธุรกิจ
Brand can use Co-creation การทำ Co-creationมีส่วนช่วย Brand ในเรื่องใดบ้าง
- ช่วยในด้านการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นการให้ลูกค้าคิดสูตรอาหารที่ต้องการเอง การให้ลูกค้าออกแบบเสื้อแล้วนำมาแชร์กันเพื่อผลิตออกจำหน่าย
- ช่วยในด้านการสร้างความสัมพันธ์ จากความสนิท คุ้นเคย ปรึกษาหรือพูดคุยอยู่บ่อยๆ
- ช่วยในด้านการให้บริการ การออกความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
- ช่วยในด้านการเก็บข้อมูล การสำรวจข้อมูลไปใช้ในการทำวิจัย
- ช่วยในด้านการจัดแบ่งกลุ่มผู้บริโภค
- ช่วยในด้านการพัฒนาองค์กร ธุรกิจของผู้ประกอบการ
2. หาคำศัพท์ที่ได้จากการรับฟังพร้อมหาความหมาย เพื่ออธิบายคำศัพท์ดังกล่าว แล้วสรุปใน Web Bblog
- Awarneness คือ การทำให้ผู้บริโภครู้จัก
- Owned media คือ เป็นสื่อเว็บไซต์ที่เราเป็นเจ้าของเอง
- Paid media คือ สื่อที่เราต้องจ่ายเงินซื้อประเภท
- Innovate value คือ การปรับปรุงเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- Social Marketing คือ การตลาดเพื่อสังคม
- Earned Media คือ ลูกค้าเป็นเจ้าของ โดยมีการพูดถึงธุรกิจกับลูกค้าด้วยกัน
- Social Media คือ เจ้าของธุรกิจเป็นผู้ติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เสนอข้อดีของธุรกิจให้กับผู้บริโภค
- Nfluencer Marketing คือ ตลาด nfluencer
- Buzz Marketing คือ ตลาดฉวัดเฉวียน
- Community Marketing คือ ตลาดชุมชน
- Cause Marketing คือ ทำให้ตลาด
- Referral Marketing คือ ตลาดส่งต่อผู้ป่วย
- Evangelists Marketing คือ ลาดรจนา
- Content Marketing คือ ตลาดคอนเทนต์
- Conversation Marketing คือ การตลาดการสนทนา
- Product Marketing คือ ตลาดสินค้า
- Brand Marketing คือ การตลาดแบรนด์
- Viral Marketing คือ การตลาดไวรัส
- Grassroots Marketing คือ ตลาดรากหญ้า
- Branding คือ กลยุทธ์เพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน
วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555
รู้จักกับ SO LO MO & ZMOT
"SO LO MO" Social Media Location MobileLo
"SO LO MO" Social Media Location Mobile หมายถึง การตลาดแบบออนไลน์ก้าวหน้าทันสมัยมากขึ้นจึงต้องมีการพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด โดยจะนำ Social network เข้ามาเป็นตัวช่วย
So ย่อมาจากคำว่า Social คือ สังคมออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันที่โด่งดังคือ Facebook , Twitter มีคนใช้งานทั่วโลกแล้วมากกว่า 2 พันล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 5 พันกว่าล้านคนทั่วโลก และใน 1 นาที มีคนโพสต์ข้อความใน Facebook มากกว่า 700,000 ข้อความ และมีคนค้นหาข้อมูลใน Google มากกว่า 700,000 ครั้ง
Lo ย่อมาจากคำว่า Location คือ สถานที่ หมายถึงอะไร หมายถึง Google Map หลายเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ บริษัท หรือเว็บไซต์ส่วนตัวได้มีการใช้งาน Application ที่ชื่อว่า Google Map เข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจการเลือกซื้อสินค้าหรือทัวร์ต่าง ๆ เช่นการปักหมุดร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยวของเจ้าของเว็บไซต์หรือทัวร์ต่างๆ
Mo ย่อมาจากคำว่า Mobile คือ ในที่นี้ไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือธรรมดา แต่เป็น SmartPhone , iPhone , Tablet ต่าง ๆ ที่ได้ถูกพัฒนา Application บนมือถือเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดออนไลน์ในอนาคต ถ้าสังเกตุดีดี บนรถไฟฟ้าหรือตามสถานที่ต่าง ๆ จะมีคนใช้โทรศัพท์กันมากขึ้นแต่ไม่ใช่โทรศัพท์คุยนะค่ะ แต่เป็นในลักษณะเลื่อนหน้าจอเพื่อค้นหาข้อมูล อัพเดทสถานะหรือแม้แต่พูดคุยกับเพื่อนออนไลน์
ZMOT หรือ Zero Moment of Truth
ZMOT หรือ Zero Moment Of Truth
ในนิยามความหมายของช่วงเวลาต่าง ๆ ออกมาตามประสบการณ์ของลูกค้า ดังต่อไปนี้บทความการวางแผนธุรกิจในแต่ละช่วง (สำหรับตัวอย่างนี้เป็นธุรกิจยานยนต์) โดยแยกออกมาเลยว่าช่วง ZMOT , FMOT , SMOT ธุรกิจควรต้องปรับปรุงอะไรบ้าง และเมื่อเรามีหัวข้อตั้งต้นแล้วก็นำแผนกลยุทธ์นี้ไปแตกเป็นประเด็นเพื่อทำงานตามแผนที่วางไว้ต่อไป
สรุปได้ว่า ZMOT หมายถึง ช่วงที่ลูกค้าจะมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ก่อนหน้าที่จะไปถึงร้านค้าจริงอย่างการ เริ่มค้นหาข้อมูลสินค้าที่ตัวเองสนใจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








